ถ้าดูภาพรวมตลาดตอนนี้ จะเห็นชัดว่าปี 2026 เป็นอีกปีที่การแข่งขันในสาย กล้องและมือถือ เข้มข้นขึ้นมาก โดยเฉพาะฝั่งสมาร์ทโฟนที่ไม่ได้ขายแค่ชิปแรงหรือ AI อีกต่อไป แต่หันมาดันเรื่อง กล้อง, วิดีโอ, การรับแสง และประสบการณ์ถ่ายภาพ แบบจริงจังขึ้นเรื่อย ๆ ขณะเดียวกัน ฝั่งกล้องก็ยังไม่เงียบ เพราะตลาดกำลังโตในทางที่ “เฉพาะทาง” มากขึ้น ไม่ได้หายไปตามกระแสมือถืออย่างที่หลายคนเคยคิด
1) Samsung Galaxy S26 Ultra ดันเกม “มือถือถ่ายภาพ” ไปอีกขั้น

หนึ่งในข่าวใหญ่ของช่วงนี้คือ Samsung Galaxy S26 Ultra ที่ Samsung ชูเรื่องกล้องชัดเจนมาก โดยระบุว่ากล้องหลัก 200MP รับแสงได้มากขึ้น 47% และกล้องเทเล 50MP ซูม 5x รับแสงได้มากขึ้น 37% เมื่อเทียบกับรุ่นก่อน พร้อมอัปเกรดงานวิดีโออย่าง Nightography และฟีเจอร์กันสั่นที่จริงจังขึ้นด้วย
สิ่งที่น่าสนใจไม่ใช่แค่ตัวเลข แต่คือทิศทางของตลาด เพราะมันสะท้อนว่า มือถือเรือธงวันนี้กำลังแข่งขันกันที่ “คุณภาพของภาพในสถานการณ์ใช้งานจริง” มากขึ้น เช่น ถ่ายกลางคืน ถ่ายในร้านอาหาร ถ่ายคลิปแสงน้อย หรือทำคอนเทนต์แบบถือจบในเครื่องเดียว
2) OPPO Find N6 ทำให้มือถือจอพับดูเป็นเครื่องมือครีเอเตอร์มากขึ้น

อีกข่าวที่น่าจับตาคือ OPPO Find N6 ที่เปิดตัวพร้อมจุดขายเรื่องรอยพับแบบ Zero-Feel Crease และยกระดับงานวิดีโอขึ้นชัด โดย OPPO ระบุว่ากล้องหลังทั้ง 3 ตัวรองรับ 4K 60fps Dolby Vision ส่วนกล้องหลักรองรับ 4K 120fps Dolby Vision และ Log video ด้วย พร้อมกำหนดเริ่มวางขายวันที่ 20 มีนาคม 2026
จุดสำคัญของข่าวนี้คือ มันทำให้มือถือจอพับไม่ได้ถูกมองเป็นแค่มือถือดีไซน์ล้ำอีกต่อไป แต่เริ่มถูกวางตำแหน่งเป็นอุปกรณ์สำหรับทั้งงาน productivity และงานสร้างคอนเทนต์ในเครื่องเดียวมากขึ้น
3) Xiaomi 17 Ultra ยังเดินเกม “มือถือที่คิดแบบกล้อง”

ฝั่ง Xiaomi 17 Ultra ก็ยังชัดเจนในแนวทางของตัวเอง โดย Xiaomi ระบุว่ารุ่นนี้มาพร้อมเซนเซอร์หลักขนาด 1 นิ้ว, เทคโนโลยี LOFIC HDR และยังมี Photography Kit Pro ที่ช่วยเสริมประสบการณ์จับถือและควบคุมการถ่ายภาพให้ใกล้กล้องมากขึ้น
นี่เป็นจุดที่น่าสนใจมาก เพราะ Xiaomi ไม่ได้ขายแค่มือถือกล้องดี แต่กำลังขายแนวคิดของ mobile imaging แบบเต็มตัว คือทำให้ผู้ใช้รู้สึกว่าไม่ได้ถือแค่สมาร์ทโฟน แต่กำลังถือเครื่องมือถ่ายภาพที่จริงจังขึ้นเรื่อย ๆ
4) ตลาดกล้องยังไม่เงียบ และ CP+ 2026 ก็ยืนยันเรื่องนั้น
ฝั่งกล้องเองก็ยังมีความเคลื่อนไหวชัดเจน โดยงาน CP+ 2026 จัดขึ้นที่ Yokohama ระหว่างวันที่ 26 กุมภาพันธ์ ถึง 1 มีนาคม 2026 ซึ่งยังเป็นเวทีสำคัญของวงการภาพเหมือนเดิม และมีรายงานว่าปีนี้งานทำสถิติใหม่ทั้งจำนวนผู้เข้าชมและผู้ร่วมแสดงสินค้า
สิ่งที่ CP+ 2026 สะท้อนคือ ตลาดกล้องไม่ได้ขับเคลื่อนด้วยกล้องเรือธงตัวเดียวอีกแล้ว แต่กำลังโตจาก ความหลากหลายของสินค้า มากขึ้น ทั้งกล้องไฮบริด เลนส์เฉพาะทาง อุปกรณ์เสริม และโซลูชันสำหรับครีเอเตอร์ นี่คือเหตุผลที่แม้มือถือจะเก่งขึ้นทุกปี แต่ตลาดกล้องก็ยังมีที่ยืนชัดเจนของตัวเอง

5) Sony a7 V เป็นอีกสัญญาณว่าคนยังซื้อกล้องจริงจังอยู่
อีกหนึ่งภาพสะท้อนที่ชัดคือ Sony a7 V ที่ยังครองอันดับขายดีในญี่ปุ่นต่อเนื่อง 3 เดือนหลังเปิดตัว ตามรายงานจากสื่อสายกล้องที่อ้างอิงข้อมูลยอดขายของ Map Camera
ประเด็นนี้สำคัญ เพราะมันบอกว่า ในปี 2026 คนยังซื้อกล้องอยู่ ไม่ใช่เพราะมือถือแย่ แต่เพราะกล้องยังให้บางอย่างที่มือถือยังแทนไม่ได้ทั้งหมด เช่น ระบบเลนส์, การควบคุม, ความมั่นใจในการใช้งานจริง และคุณภาพไฟล์ที่ตอบโจทย์งานเฉพาะมากกว่า
รวมๆแล้ว
ถ้าสรุปให้สั้นที่สุด ปี 2026 คือปีที่ มือถือเรือธงขายเรื่องภาพหนักขึ้นกว่าที่เคย ขณะที่ กล้องก็ยิ่งชัดขึ้นว่าไม่ได้หายไป แต่กำลังอยู่ในบทบาทที่เฉพาะทางและจริงจังมากขึ้น
Samsung ดันเรื่องการรับแสงและการถ่ายกลางคืน OPPO ดันมือถือจอพับสู่สายวิดีโอและครีเอเตอร์ Xiaomi ดันประสบการณ์แบบกล้องผ่านฮาร์ดแวร์และคิทเสริม ส่วนฝั่งกล้องก็ยังมีแรงหนุนจากงานใหญ่อย่าง CP+ และยอดขายของรุ่นที่ตอบโจทย์คนใช้งานจริง
ดังนั้นคำถามในปีนี้อาจไม่ใช่ “มือถือจะมาแทนกล้องไหม” แต่เป็น “อุปกรณ์แบบไหนเหมาะกับงานแบบไหนมากกว่า” และนี่แหละคือเหตุผลที่ทั้งคอนเทนต์สายมือถือและสายกล้องยังน่าเล่นมากในปี 2026







